อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในทะเลอันดามัน

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในทะเลอันดามัน บริเวณช่องแคบมะละกา มหาสมุทรอินเดีย ในเขตจังหวัดสตูล อุทยานประกอบไปด้วยเกาะจำนวน 51 เกาะ มีชื่อเสียงที่โด่งดังทางด้านธรรมชาติ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีสภาพเป็นป่าดิบชื้นซึ่งยังมีพรรณไม และสัตว์ป่าที่น่าสนใจจำนวนไม่น้อย และมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมีอ่าวน้อยใหญ่ที่มีชายหาดสวยงามอยู่หลายแห่ง และในท้องทะเลของเกาะตะรุเตายังมีพันธุ์ปลามากมายหลายชนิดรวมทั้งเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ 4 ชนิด คำว่า “ตะรุเตา” นี้ เพี้ยนมาจาก คำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ทั่วไป อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย 51 เกาะ รวมเนื้อที่ประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร มีเกาะที่มีขนาดใหญ่ 7 เกาะด้วยกัน คือ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี โดยจัดแบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่ๆ ได้ 2 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะ ตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี เกาะตะรุเตา เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีเนื้อที่ 152.01 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีความลาดชันสูง ยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 708 เมตร ส่วนชายฝั่งทางด้านตะวันออกของเกาะส่วนมากจะเป็นหน้าผาสูงชันสลับกับอ่าวและหาดทรายโคลน ทางด้านตะวันตกจะมีหน้าผาแต่เฉพาะทางด้านเหนือบริเวณแหลมตันหยงมะระ (ด้านหัวเกาะ) มีที่ราบอยู่เป็นหย่อมๆ ทางเทือกเขาหลังอ่าว อ่าวที่สำคัญได้แก่ อ่าวพันเตมะละกา อ่าวสน อ่าวมะขาม อ่าวตะโละอุดัง และอ่าวตะโละวาว เป็นต้น อ่าวต่างๆ เหล่านี้มีคลองและลำธารไหล่ผ่านออกสู่ทะเล

ข้อมูลภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตาในรอบปีที่ผ่านมา (มกราคม – ธันวาคม 2544) พบว่า ฝนจะตกมากที่สุดในเดือนกันยายน 594 มิลลิเมตร รองลงมาในเดือนตุลาคม 478 มิลลิเมตร และตกน้อยที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ 15 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนรายปี 2,908 มิลลิเมตร อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 39oC อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 19oC โดยอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนและต่ำสุดในเดือนมิถุนายน ในฤดูฝนเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากจะทำให้ฝนตกหนักแล้ว ท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาในช่วงนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว จึงกำหนดปิด-เปิดฤดูการท่องเที่ยวประจำปี เฉพาะบริเวณหมู่เกาะอาดัง – ราวี ดังนี้ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายน ของทุกปี เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 พฤษภาคม ของทุกปี

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตั้งอยู่ในท้องที่ของอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 105 ของประเทศไทย อุทยานแห่งชาติป่าหินงามมีทุ่งดอกปทุมมา 3 ทุ่งด้วยกัน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ดอกปทุมมาจะบานเต็มทุ่ง สามารถเดินชมดอกปทุมมาที่แข่งกันชูช่ออย่างงดงามตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และหากมาชมในช่วงเช้า ก็อาจได้พบกับสายหมอกที่พัดความเย็นมา เพิ่มบรรยากาศในการชมธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำทางเดินยกระดับ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเหยียบบนพื้นดินโดยตรง ด้วยเกรงว่าจะรบกวนธรรมชาติ แต่ในบริเวณทุ่งดอกปทุมมาทุ่งที่ 1 ได้จัดบริเวณให้ถ่ายรูปที่ระลึกซึ่งเป็นบริเวณเดียวที่อนุญาตให้ลงไปในทุ่งปทุมมาได้ แต่เป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ เท่านั้น จุดสูงสุดของทิวเขาพังเหย เกิดจากการดันตัวของแผ่นเปลือกโลกชาน-ไทย (ภาคกลาง) ซุกเข้าไปใต้แผ่นอินโดจีน (ภาคอีสาน) ทำให้เกิดเป็นขอบยกสูงขึ้นเป็นทิวเขาแบ่งระหว่างภาคอีสานกับภาคกลาง ซึ่งจุดชมทิวทัศน์สุดแผ่นดินนี้ เป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (866 เมตรจากระดับน้ำทะเล) สามารถมองลงไปเห็นทิวทัศน์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาในจังหวัดลพบุรีได้อย่างสวยงาม บริเวณปลายของผา แท่งมีหินยื่นออกไปในอากาศ มีผู้นิยมไปนั่งที่ปลายหินแล้วถ่ายรูปกันมาก และหากมาในตอนเช้า จะพบกับหมอกลอยอยู่ทั่วไปอย่างสวยงาม และสามารถชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นได้อีกด้วย

ผาก่อ-รัก ดอกกระเจียวขาวที่ผาก่อรัก ต้องเดินจากจุดชมทิวทัศน์สุดแผ่นดินไปอีกประมาณ 400 เมตร โดยเป็นจุดเดียวของอุทยานแห่งชาติป่าหินงามที่สามารถพบดอกกระเจียวขาว ได้ แต่พบน้อยกว่าที่อุทยานแห่งชาติไทรทองและดอกมีขนาดเล็กกว่า ระหว่างทางเดินมาผาก่อรัก ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยลักษณะเป็นป่าเต็ง-รัง เป็นป่าโปร่ง มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นอย่างมาก

อุทยานแห่งชาติแม่เงา

อุทยานแห่งชาติแม่เงา ตั้งอยู่ในท้องที่ของอำเภอแม่สะเรียง อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 257,650 ไร่ หรือ 412.24 ตารางกิโลเมตร จากการที่อุทยานแห่งชาติแม่โถ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ป่ารอบเขตอุทยานแห่งชาติแม่โถ เพื่อที่จะผนวกเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติเพิ่มเติม และได้พบว่าพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งใหม่ และรายงานผลการสำรวจนี้ให้กรมป่าไม้ทราบ กรมป่าไม้จึงได้ออกคำสั่งที่ 1061/2536 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2536 ให้นายนิรันดร์ กมลาพร นักวิชาการป่าไม้ 5 ปฏิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กองอุทยานแห่งชาติไปดำเนินการสำรวจข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้น พื้นที่ป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย แปลงที่ 2 และพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง

สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ที่ยังคงความสมบรูณ์เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดและยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำแม่ริด แม่น้ำเงา ห้วยม่วง ห้วยมะกอก ซึ่งลำน้ำเหล่านี้ จะไหลมารวมกันที่แม่น้ำยวม แล้วไหลลงสู่แม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวิน ตามลำดับ

การเดินทาง สามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ 1. จากกรุงเทพ – อ. แม่สอด แล้วเดินทางต่อตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด-แม่สะเรียง) ถึงบ้านแม่เงาซึ่งเป็นปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่เงา ระยะทาง 190 กม. แล้วเลี้ยวขวาตามถนนคอนกรีตถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา ระยะทาง 4 กม. 2. จากกรุงเทพ –จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-แม่สะเรียง) ถึงอำเภอแม่สะเรียง (บ้านจอมแจ้ง) ระยะทาง 191 กม. เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 ถึงบ้านแม่เงา ระยะทาง 40 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายตามถนนคอนกรีตเข้าสู้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา ระยะทาง 4 กม. หมายเหตุ มีรถสองแถวสีส้ม , วิ่งระหว่างแม่สะเรียง-แม่สอดผ่าน(ปากทางเข้าอุทยานบ้านแม่เงา)