สลาฟ เป็นเกมไพ่ชนิดหนึ่ง ที่นิยมเล่นในคาสิโน

สลาฟ
สลาฟ

สลาฟ เป็นเกมไพ่ชนิดหนึ่ง สลาฟ ในต่างประเทศมีชื่อเรียกที่หลากหลาย เพรซิเดนต์ แอสส์โฮล หรือ อาร์สโฮล เป็นชื่อของเกมไพ่ลักษณะคล้ายกันที่เล่นในสหรัฐอเมริกา ที่ผู้เล่น 3 มากกว่า 3 คน (ส่วนใหญ่เล่น 3-6 คน, สูงสุด 8 คน) พยายามที่จะทิ้งไพ่ให้หมดจากมือ โดยการเล่นจะผลัดการวางไพ่คนละใบตรงกลางวง โดยให้แต้มมีค่าสูงกว่าไพ่ในกอง เมื่อไม่มีใครสามารถลงไพ่ได้สูงกว่า ให้เริ่มต้นใหม่โดยผู้ลงคนสุดท้ายจะเป็นคนเริ่มต้น โดยผู้ที่ทิ้งไพ่ได้หมดก่อนจะได้เป็นกษัตริย์หรือคิง และผู้ที่เหลือเป็นคนสุดท้ายจะถูกเรียกเป็นสลาฟ ในการเล่นรอบถัดไป สลาฟและคิงจะทำการแลกไพ่กัน 2 ใบ ส่วนรองสลาฟและควีนจะแลกไพ่กัน 1 ใบ สำหรับเกมไพ่สลาฟมีลักษณะการเล่นคล้ายกับบิ๊กทูของจีน และเพรซิเดนท์ของตะวันตก ซึ่งคล้ายกับแอสโฮล สำหรับเกมไพ่สลาฟ ใช้ไพ่หนึ่งสำรับ 52 ใบ ซึ่งในบางวัฒนธรรม อาจมีการเพิ่มโจ๊กเกอร์เข้าไปด้วยสองใบ รวมเป็น 54 ใบ สำหรับค่าของไพ่สามารถเรียงจากสูงไปต่ำได้ดังนี้ โจ๊กเกอร์-2-A-K-Q-J-10-9-8-7-6-5-4-3 การที่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งมีไพ่มากหรือน้อยกว่าคนอื่นไม่ถือว่ามีผลต่อเกม ในตาแรก ผู้เล่นที่จะได้ลงเป็นคนแรกคือผู้เล่นที่มีไพ่สามดอกจิก จากนั้นจะเวียนไปยังผู้เล่นคนอื่นทางซ้ายหรือทางขวา ผู้เล่นคนแรกสามารถลงไพ่แบบใดก็ได้ โดยวางไพ่หงายไว้ตรงกลางวง

รูปแบบการลง ไพ่เดี่ยว เป็นการลงไพ่ใบเดียว ผู้เล่นคนถัดไปจะต้องลงไพ่เดี่ยวที่สูงกว่า ไพ่สเตจ หรือไพ่ตอง การเล่นไพ่เดี่ยวจะไม่สามารถเล่นไพ่คู่หรือไพ่สี่ได้ ไพ่คู่ (แพร์): เป็นการลงไพ่สองใบที่มีค่าเท่ากัน ผู้เล่นคนถัดไปจะต้องลงไพ่คู่ที่สูงกว่า หรือไพ่สี่ การเล่นไพ่คู่จะไม่สามารถเล่นไพ่เดี่ยว ไพ่สเตจ หรือไพ่ตองได้ ไพ่ตอง: เป็นการลงไพ่สามใบที่มีค่าเท่ากัน ผู้เล่นคนถัดไปจะต้องลงไพ่ตองที่สูงกว่า ไพ่สี่: เป็นการลงไพ่สี่ใบที่มีค่าเท่ากัน ผู้เล่นคนถัดไปจะต้องลงไพ่สี่ที่สูงกว่า โจ๊กเกอร์สามารถใช้แทนไพ่ใบใดก็ได้ในไพ่คู่ ไพ่ตอง ไพ่สี่ หรือไพ่สเตจ การลงไพ่ที่มีโจ๊กเกอร์อยู่ด้วยให้ถือว่ามีดอกและค่าตามที่ผู้เล่นต้องการ อย่างเช่น 8-8 มีค่าเท่ากับ 8-โจ๊กเกอร์ และไพ่สเตจ 9-10 โจ๊กเกอร์ ก็มีค่าเท่ากับ 9-10-J กฎพิเศษ ในบางที่ ถ้าควีนรักษาตำแหน่งไม่ได้ก็ไม่ต้องตกไปเป็นรองสลาฟด้วย พีเพิล หรือประชาชน สามารถ ทำการค้าขายกันเองได้ โดยในช่วงที่ คิงกับสลาฟ และ ควีนกับรองสลาฟ แลกไพ่กัน พีเพิลสามารถแลกไพ่กันเองได้หนึ่งใบ โดยห้ามบอกกันว่าไพ่นั้นคืออะไร(ให้คว่ำไพ่ไว้ข้างหน้ารอให้มีพีเพิลด้วยกันมาแลก สามารถโฆษณาได้แต่ไม่จำเป็นต้องไม่พูดความจริง) ที่ฮ่องกง และ มาเก๊า มี กฎ พิเศษ ดังนี้ เพิ่มไพ่ชุดเรียง ต้องมีดอกเดียวกันและเลขเรียงกันตั้งแต่สามใบขึ้นไป แต่ สามไม่สามารถต่อกับสองได้ เรียงที่มีจำนวนไพ่เป็นเลขคู่(เรียงสี่ใบ เรียงหกใบ)ตบชุดคู่และสี่ใบเหมือนได้ เรียงที่มีจำนวนไพ่เป็นเลขคี่(เรียงสามใบ เรียงห้าใบ)ตบชุดเดี่ยวและตองได้ เรียงที่มีจำนวนไพ่เท่ากันให้ดูที่แต้มของไพ่ที่มีค่ามากที่สุดในแต่ละชุด เรียงที่มีจำนวนไพ่มากกว่า ตบ เรียงที่มีจำนวนไพ่น้อยกว่า ได้ เมื่อใดก็ตามที่มีการตบด้วยเรียง ค่าของไพ่จะกลับตารปัตร ทั้งหมด คือ 3 ดอกจิกสูงสุดและ 2 โพดำต่ำสุด แต่ลำดับการตบยังคงเดิม

นอกจากไพ่สลาฟแล้ว ยังมีไพ่ที่มีนักพนันเล่นกันอีกชนิด คือ ไพ่ห้อง หรือ ห้อง เป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดและความจำอย่างมากพอสมควร และใช้เวลาเล่นนาน ทำให้บางครั้งก็ทำให้หมดสนุกได้ ไม่ควรเล่นในกลุ่มคนที่อายุต่างกันมาก ๆ หรือเล่นกับเด็ก ๆ เพราะจะทำให้เด็กแพ้ และไม่อยากเล่นอีกต่อไป อุปกรณ์ ไพ่ หนึ่งสำรับ ผู้เล่น 3-6 คน เวลาที่ใช้ประมาณ 20-30 นาที ต่อเกม ขั้นตอนการเล่นไพ่ห้อง เริ่มเกมโดยแจกไพ่ ให้ผู้เล่นแต่ละคน ทีละใบ วนไปเรื่อยๆจนหมดกอง สามารถดูไพ่ได้ ระวังอย่าให้ใครเห็นไพ่เรา ผู้เล่นที่ได้ไพ่คนแรกเริ่มค้นห้องก่อน การค้นห้องทำโดยชี้ไปที่ผู้เล่นคนใดก็ได้แล้วพูดชื่อของไพ่หนึ่งใบ ใบใดก็ได้ เช่น ห้าข้าวหลามตัด ผู้เล่นที่ถูกค้นห้องถ้ามีไพ่ใบนั้นต้องมอบไพ่ใบนั้นให้กับผู้ค้น และผู้ค้นจะได้สิทธิในการค้นห้องใครก็ได้อีกครั้ง จนกว่าจะมีผู้เล่นซึ่งถูกค้นที่ไม่มีไพ่ใบที่ผู้ค้นเรียก ผู้ถูกค้น จะได้สิทธิในการค้นห้องแทน เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นรวบรวมไพ่ตัวเลขเดียวกัน ครบทั้งสี่ดอก สามารถวางทั้งสี่ใบไว้ข้างหน้าได้เรียกว่า ครบห้อง ไพ่ที่ครบห้องแล้วจะไม่สามารถเรียกได้อีก(จะไม่วางก็ได้) เล่นไปเรื่อยๆจนกว่าไพ่จะครบห้องทั้งสิบสามชุด ผู้เล่นจะได้แต้มเท่ากับจำนวน ห้องที่ครบ ของตน ผู้ที่ได้แต้มมากสุดเป็นผู้ชนะ จะเห็นได้ว่าเกมส์ไพ่มีหลายชนิดมากที่เล่นกัน